
ในสมัยพุทธกาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งแคว้นโกศล ทรงพระนามว่า พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรม ปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม แต่ครั้งหนึ่ง พระองค์ทรงพระสุบินนิมิตร้ายติดต่อกันถึง 16 ประการ ทำให้ทรงหวาดผวาเป็นอย่างยิ่ง
พระองค์จึงทรงเรียกประชุมเหล่าพราหมณ์ผู้รู้เห็นเวทมนตร์คาถา และนักทำนายฝันทั้งหลาย เพื่อสอบถามถึงความหมายของนิมิตร้ายเหล่านั้น
เหล่าพราหมณ์และนักทำนายต่างก็ตีความไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าบ้านเมืองจะเกิดภัยพิบัติ บ้างก็ว่าจะเกิดสงคราม บ้างก็ว่าพระองค์จะทรงเสื่อมอำนาจ แต่คำทำนายเหล่านั้นล้วนแต่ทำให้พระองค์ทรงหวาดหวั่นและไม่สบายพระทัยยิ่งขึ้น
ขณะนั้นเอง พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงทราบถึงความเดือดร้อนของพระเจ้าปเสนทิโกศล จึงเสด็จมายังพระราชวัง และตรัสถามถึงสาเหตุแห่งความทุกข์
พระเจ้าปเสนทิโกศลจึงกราบทูลถึงพระสุบินนิมิตร้ายทั้ง 16 ประการ พร้อมทั้งคำทำนายที่ได้รับ
พระพุทธองค์ทรงแย้มพระสรวล และตรัสอธิบายว่า “มหาบพิตร นิมิตร้ายที่พระองค์ทรงเห็นนั้น มิได้หมายถึงภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในกาลอันใกล้ หรือในรัชสมัยของพระองค์แต่อย่างใด นิมิตเหล่านั้นคือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกาลอันยาวนาน เมื่อสิ้นสุดพระพุทธศาสนาของพระองค์ไปแล้ว”
จากนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงอธิบายความหมายของนิมิตร้ายแต่ละประการดังนี้:
พระพุทธองค์ทรงอธิบายเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อโลกเข้าสู่ยุคเสื่อมถอย ผู้คนขาดศีลธรรม ขาดความเคารพยำเกรง และพระพุทธศาสนาจะค่อยๆ เสื่อมถอยไป
พระเจ้าปเสนทิโกศล เมื่อทรงทราบคำอธิบายอันกระจ่างแจ้งของพระพุทธองค์ ก็ทรงคลายความหวาดกลัวลงเป็นปลิดทิ้ง และทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น พระองค์ทรงเห็นคุณค่าของการรักษาพระศาสนา และทรงมุ่งมั่นที่จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่โลกตราบนานเท่านาน
เรื่องนี้สอนให้เห็นว่า เหตุการณ์ร้ายๆ ที่เราประสบ อาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราโดยตรง แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสื่อมถอยของสังคมและคุณธรรม การที่เราไม่ประมาทในการรักษาศีลธรรม และตั้งอยู่ในความดีงาม ย่อมเป็นการป้องกันภัยอันใหญ่หลวงได้
— In-Article Ad —
ภัยพิบัติที่แท้จริงคือความเสื่อมถอยของศีลธรรมและคุณธรรม การรักษาความดีงามจึงเป็นการป้องกันตนเองและสังคมจากภัยอันตรายทั้งปวง
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
298ติกนิบาตสุธรรมมชาดกในยุคโบราณกาล เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมี ทรงเกิดเป็นพราหมณ์ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด นามว...
💡 ปัญญาที่แท้จริงต้องมาพร้อมกับความอ่อนน้อมถ่อมตน และการนำความรู้นั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น
36เอกนิบาตอัสสโพตกชาดก ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มีปัญญา...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการเสียสละและการให้ทาน การให้ที่แท้จริงคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการให้แม้ในสิ่งที่ตนเองรักและหวงแหนที่สุด จะนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่ และความสุขที่ยั่งยืน
102เอกนิบาตมหาสุบินชาดกณ กรุงสาวัตถี พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน ขณะนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงมีพระ...
💡 นิมิตหมายต่างๆ สามารถบ่งบอกถึงความเสื่อมโทรมทางศีลธรรมของสังคม และเป็นเครื่องเตือนใจให้ประพฤติปฏิบัติดี
437นวกนิบาตมหาวีรชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในแคว้นกาสี มีเมืองอันอุดมสมบูรณ์นามว่า เมืองพาราณสี กษัตริย์ผู้ปก...
💡 การช่วยเหลือผู้อื่นยามตกทุกข์ได้ยาก เป็นการบำเพ็ญกุศล แม้ผู้นั้นจะเคยทำผิดมาก่อน
495ปกิณณกนิบาตนกยูงผู้มีขันติในอุทยานหลวงอันงดงามแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งดอกไม้นานาพันธุ์เบ่งบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไ...
💡 ขันติธรรม คือพลังในการอดทนต่อความยากลำบาก และปฏิเสธสิ่งล่อใจที่อาจนำไปสู่หายนะ
76เอกนิบาตคันธกชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นนครอันรุ่งเรือง ท่ามกลางหมู่มหาชนที่เบียดเสียดกันไปมา ...
💡 ความซื่อสัตย์และความจริงใจ เป็นคุณธรรมที่นำพาความสำเร็จ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้อื่น
— Multiplex Ad —